Shufuchan

【10วิธีเลี้ยงลูกตามหลักสุภาษิตญี่ปุ่น】 三つ子の魂百まで :จิตวิญญาณของเด็กวัย 3 ขวบจะอยู่ตราบจน 100 ปี

三つ子の魂百まで:จิตวิญญาณของเด็กวัย 3 ขวบจะอยู่ตราบจน 100 ปี

ทุกคนเคยได้ยินสุภาษิตญี่ปุ่นนี้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกวัยเด็กของคนญี่ปุ่นนี้กันรึเปล่าคะ

三つ子の魂百まで (mittsuko no tamashii hyaku made มิทซึโคะ โนะ ทะมะชี่ เฮียะกุ มะเดะ)

หรือ

จิตวิญญาณของเด็กวัย 3 ขวบจะอยู่ตราบจน 100 ปี

▮มาดูความหมายกัน 

  • เน้นให้ความสำคัญอย่างมากในการเลี้ยงลูกจนถึงอายุ 3 ขวบ เพราะคำสอนเหล่านั้นจะส่งผลแม้อายุจะล่วงเลยไปถึง 100 ปีแล้วก็ตาม 
  • พื้นฐานนิสัยจิตใจที่ถูกก่อร่างสร้างตัวขึ้นในช่วงวัยเด็ก (ช่วงวัย 3 ขวบ) จะคงอยู่ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม (แม้จะอายุ 100 ปีก็ตาม)    

ถ้าลองแบ่งแยกคำศัพท์ของสุภาษิตนี้ก็จะแบ่งได้ 3 คำหลักๆ คือ

三つ子 (みっつこ มิทซึโคะ)แปลว่า เด็ก 3 ขวบ สื่อถึงช่วงวัยเด็กไม่ได้หมายความจำกัดแต่เฉพาะช่วงอายุ 3 ขวบเท่านั้น
魂 (たましい ทะมะชี่) แปลว่า จิตวิญญาณ ซึ่งรวมถึงความหมายของจิตใจและความรู้ที่มีอยู่ในจิตวิญญาณนี้ด้วย 
百 (ひゃく เฮียะกุ)แปลว่า หนึ่งร้อย หมายถึงอายุจนถึง 100 ปี ทั้งนี้ก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นอายุ 100 ปี แต่สื่อถึงว่าจะพื้นฐานนิสัยนั้นคงอยู่ไปไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม

เมื่อพ่อแม่เข้าใจความหมายของสุภาษิตนี้แล้ว ต่อไปก็คงจะต้องคิดกันว่าแล้วจะเลี้ยงลูกอย่างไร ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนหรือจะหยิบยื่นสิ่งไหนให้เค้าดี ซึ่งจากข้อความในบทความของเว็ปไซต์goodluckjapan.com 

แนะนำสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ควรกระทำในการเลี้ยงลูก ก็คือ การเลี้ยงลูกให้รู้สึกยอมรับคุณค่าในตัวเอง (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 自己肯定感 じここうていかん จิโคะโควเทอิคัง) ในช่วงวัยเยาว์


สำหรับบทความนี้ ชุฟุจังขอแนะนำ 10 วิธีเลี้ยงลูกแบบฉบับคนญี่ปุ่นให้สอดคล้องกับสุภาษิตญี่ปุ่นเพื่อคุณพ่อคุณแม่ได้อ่านเป็นเกร็ดความรู้ในการเลี้ยงลูกนะคะ 

1.การให้ลูกรู้สึกยอมรับในตัวเองในช่วงวัยเด็กนั้นจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนไปตลอดชีวิต

 

สิ่งที่พ่อแม่ควรปฏิบัติในการเลี้ยงลูกในวัยเด็ก ก็คือ การให้ลูกรู้สึกยอมรับในตัวเอง เพราะการที่เด็กๆ ท้าทายทำสิ่งต่างๆ และได้ก้าวทำสิ่งใหม่ๆ นั้นจะต้องมีรากฐานมาจากความรู้สึกยอมรับในตัวเองเสียก่อน และนอกจากนี้เวลาที่เด็กพบเจอกับอุปสรรคอะไรก็สักอย่าง ความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะข้ามผ่านและเดินหน้าต่อไปได้

เด็กที่ไม่สามารถยอมรับในตัวเองได้ เวลาต้องท้าทายหรือเผชิญกับบางสิ่งบางอย่างก็จะรู้สึกไม่ชอบ ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เวลาจะทำอะไรสักอย่างก็จะเหมือนอยู่ในสภาพที่อึดอัดใจและอยากจะหลีกหนี

การที่จะให้ลูกมีความรู้สึกยอมรับในตัวเอง ก็คือ เวลาที่ลูกอยากให้เราอุ้ม เด็กจะรู้สึกมีความอุ่นใจที่มีคนที่อยู่ใกล้ๆ ยอมรับการมีตัวตนของเขา ถึงแม้จะมองว่าเป็นการเอาแต่ใจตัวเองของเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็ควรตอบสนองอย่างเต็มที่โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ

illust954

จุดนี้จะเชื่อมโยงมีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองและการรู้สึกยอมรับในตัวเองของเด็กคนนั้นได้

ชุฟุจังก็มองว่าการสัมผัสกับลูกมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการกอด อุ้ม หอมแก้ม ลูบหัวหรือต่างๆ และคอยชมให้กำลังใจเวลาที่เขาทำสิ่งต่างๆ จะทำให้ลูกเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเองและยอมรับคุณค่าในตัวเองได้


2.ให้ลูกได้สัมผัสกับผู้คนที่หลากหลาย

การใช้ชีวิตโดยได้รับความรักจากแม่อย่างใกล้ชิดนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวังด้วย เนื่องจากในช่วงวัยเด็กปฏิสัมพันธ์อยู่แค่ในวงครอบครัวจะทำให้บุคลิกนิสัยถูกสร้างขึ้นในโลกแคบ

ฉะนั้นควรให้ลูกได้สัมผัสกับคนดีๆ โดยคนดีที่ว่านี้เป็นดังนี้

①คนที่เปิดใจเริ่มจากตัวเองก่อน หมายถึง คนที่เริ่มแนะนำตัวเองก่อน
②คนที่ตอบสนองต่อพฤติกรรมหรือการแสดงออกของเด็กๆ ได้อย่างดี

สรุปว่าเราที่เป็นพ่อแม่ควรให้ลูกได้รู้จักและสัมผัสกับผู้คนหลากหลายที่จะช่วยสร้างบุคลิกนิสัยที่ดีของเด็กได้


3.การอ่านหนังสือให้ลูกฟังในช่วงวัยเด็กมีผลต่อพัฒนาการสมอง

การอ่านให้ฟัง หรือ 読み聞かせ(yomikikase) เป็นเรื่องสำคัญมากเนื่องจากมีผลอย่างมากต่อพัฒนาการสมองของเด็ก

และในช่วงจนถึงวัย 3 ขวบ (ตามหลักสุภาษิต 三つ子の魂百まで (mittsu no tamashii hyaku made มิทซึโคะ โนะ ทะมะชี่ เฮียะกุ มะเดะ) หรือ จิตวิญญาณของเด็ก 3 ขวบจะอยู่ตราบจน 100 ปี) สมองของเด็กมีการเติบโตอย่างรวดเร็วมากๆ

ช่วงแรกเด็กยังไม่สามารถออกเสียงคำได้อย่างถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงแล้วภายในสมองกำลังทำความเข้าใจกับคำศัพท์อย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่ใช่การรับรู้จากการฟังแต่ยังรับรู้จากการมองเห็นอีกด้วย

ฉะนั้นเด็กจะเรียนรู้คำจากลักษณะน้ำเสียงและวิธีการอ่านรวมถึงเรียนรู้ความอารมณ์รู้สึกจากการอ่านให้ฟังด้วย

นอกจากนี้การอ่านหนังสือที่เด็กชอบให้ฟังซ้ำไปซ้ำมาก็เป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน

ยกตัวอย่าง ถ้าลูกตื้อขอให้อ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำไปซ้ำมา แม้ว่าเขาจะจำเรื่องราวในหนังสือได้แล้วก็ตาม พ่อแม่ก็ควรตอบสนองให้ลูกเท่าที่จะทำได้ เพราะการที่เด็กได้สัมผัสกับเรื่องราวเดิมๆ ที่ตัวเองรู้จะทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยสบายใจและทำให้จิตใจผ่อนคลายได้

ซึ่งในการเลี้ยงลูกในช่วงวัยเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีพื้นฐานนิสัยจิตใจเข้มแข็งก็ควรกระตุ้นพัฒนาการสมองที่ทำให้ลูกรู้สึกอุ่นใจมากๆ เข้าไว้


4.รู้ความแตกต่างของนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด

นิสัยของเด็กๆ นั้นแตกต่างกัน มีความชอบต่างกันด้วย

เด็กบางคนอาจจะชอบเล่นนอกบ้าน บางคนอาจไม่ชอบเล่นนอกบ้าน เด็กบางคนอ้อนพ่อบ่อยๆ เด็กบางคนอ้อนแม่บ่อยๆ ซึ่งก็แตกต่างกันไปแล้วแต่คน

ไม่ว่าจะเป็นเด็กนิสัยแบบไหน ก่อนอื่นเราควรรู้นิสัยในแบบของเขาและไม่ยัดเยียดบังคับให้เป็นในแบบสังคมทั่วไปสรุปกัน 


5.คอยเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ ไม่ควรเข้าไปยุ่งหรือยื่นมือเข้าไปทำแทนลูกเท่าที่จะเป็นไปได้

เด็กๆ มักจะทำอะไรตามที่ตัวเองสนใจ

และก็มีบางครั้งที่หันไปสนใจสิ่งอื่นในขณะที่กำลังทำสิ่งหนึ่งอยู่ บางครั้งก็ล้มเลิกความตั้งใจเมื่อทำสิ่งนั้นไม่ได้ไปเฉยๆ 

ตอนนั้นพ่อแม่ก็เผลออยากจะเข้าไปยุ่งกับสิ่งที่ลูกทำใช่ไหมล่ะคะ แต่สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ

ภาพมาริสะจัง 3 ขวบ ตอนไปเที่ยวฟาร์มวัวแถวอะโสะ คุมาโมโต้

ก่อนอื่น เราควรมองดูลูกอยู่ห่างๆ โดยอย่าเพิ่งเข้าไปยุ่ง ถึงแม้เขาจะทำผิดพลาด จะทำช้าไป เราก็ควรคอยอยู่เคียงข้างจนกว่าจะถึงจุดหมายของเขา เสร็จแล้วในตอนท้ายเราก็ค่อยแก้ไขให้ถูกต้อง

ซึ่งการที่ในวัยเด็กถ้าพ่อแม่เผลอทำให้หมดทุกอย่าง ถึงแม้ว่าจะโตขึ้นก็จะกลายเป็นคนที่ไม่สามารถทำสิ่งใดจนสุดทางด้วยตัวคนเดียวได้ และเวลาเกิดเจออุปสรรคก็จะคอยหาคนช่วยเหลืออยู่ตลอด

ฉะนั้นถึงแม้ว่าเด็กจะยังทำไม่ได้ก็ต้องลองให้เขาทำดู แบบนี้ถ้าเติบโตขึ้นจะกลายเป็นคนที่มีความจิตใจท้าทายกล้าลองทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเองได้ 


6.บอกความหมายสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร 

เด็กๆ จะมีความสนใจสิ่งรอบตัวและพยายามจะลองทำสิ่งต่างๆ บางครั้งสิ่งนั้นอาจจะเป็นเรื่องอันตรายหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ในตอนนั้นไม่ควรดุโกรธว่า 「やめなさい(yamenasai ยะเมะนะไซ)หยุดทำนะ」 หรือ 「ダメ(dame ดะเมะ)อย่านะ/ไม่ได้นะ」

สิ่งสำคัญอยู่เหตุผลที่ว่าทำไมถึงห้ามไม่ให้ทำ ทำ

ไมถึงทำไม่ได้ จุดนี้เป็นเรื่องที่ต้องสื่อความหมายให้ลูกๆ เข้าใจ

ในตอนนั้นเด็กๆ จะยอมรับความหมายที่พ่อแม่บอกกล่าว และจะไม่ทำเรื่องที่ตัวเองเข้าใจแล้วนั้นอีก

แต่การที่แค่ดุด่าโดยที่เด็กยังไม่ยอมรับหรือเข้าใจว่าทำไมถึงทำไม่ได้ก็จะทำให้ทำเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาอีก

ฉะนั้น เราควรบอกความหมายสิ่งที่ห้ามอย่างชัดเจนให้ลูกเข้าใจโดยอย่าไปคิดว่าถึงจะพูดไปบอกไปแล้วเด็กก็คงไม่เข้าใจหรอก


7.ให้ลูกเล่นผจญภัยอย่างอิสระ

เล่นทรายมันสกปรก ไม่ได้นะ! ปีนต้นไม้มันอันตราย ไม่ได้นะ!เล่นหิมะเดี๋ยวจะเป็นหวัด ไม่ได้นะ !

ที่บ้านมีแต่กฎระเบียบเหล่านี้หรือเปล่าค

ถ้าเจอกฎระเบียบแบบนี้ตั้งแต่วัยเด็กจะทำให้เด็กคนนั้นเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความอยากรู้อยากเห็นและขาดความกล้าแสดงออก 

Cr.ttp://www.terao.ed.jp/feature/

ในช่วงวัยเด็กจะมีความอยากรู้อยากเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว การคิดและเรียนรู้จากการได้สัมผัสสิ่งต่างๆ นั้นด้วยตัวเองถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลอะเทอะ การต้องอดทนกับบางสิ่ง หรือแม้แต่ตอนที่เป็นหวัดก็ตาม เด็กๆ จะได้รู้ว่าทำอย่างนี้แล้วจะเป็นอย่างนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กเรียนรู้โดยตรงด้วยตัวเอง

แต่หากความอยากรู้อยากเห็นนั้นไม่ได้เติมเต็มตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต่อไปก็จะไม่เกิดความสนใจสิ่งรอบตัว

และแม้ว่าเมื่อถึงวัยอายุที่จะรู้แยกแยะสิ่งดีไม่ดีด้วยตัวเองแล้วก็ตาม ก็จะไม่สามารถแยกแยะได้ เนื่องจากขาดทักษะเรื่องความคิดและกล้าแสดงออก

ฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือ การให้เด็กได้ทำสิ่งต่างๆ อย่างอิสระในช่วงวัยเด็ก นั่นเอง


8.ไม่เอ่ยว่าเชิงปฎิเสธขึ้นมาก่อน

เวลาเด็กทำสิ่งไม่ดีหรือทำอะไรผิด เวลาที่เขาเสนออะไรขึ้นมาบางอย่าง เวลาที่เขาพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม เราไม่ควรที่จะเอ่ยปฏิเสธสิ่งนั้นในทันที

ถ้าอยู่ๆ เราพูดเชิงปฏิเสธโดยไม่ถามเหตุผลก่อน เช่น “ダメ(ดะเมะ) แปลว่า ไม่ได้นะ” “違う(จิกะอุ) แปลว่า มันไม่ใช่นะ” “あなたは間違っている。(อะนะตะ วะ มะจิกัตเตะอิหรุ) แปลว่า เธออ่ะผิดนะ” เด็กก็คงจะพูดอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ออก 

ถ้าเจอแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะกลายเป็นว่าไม่สามารถพูดความคิดเห็นของตัวเองออกมาได้ แล้วแบบนี้ควรจะทำอย่างไรดีล่ะ

เบื้องต้นควรจะรับฟังอย่างใจเย็นก่อน แล้วจึงถามเหตุผลว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น จากนั้นก็ค่อยบอกสอนสิ่งที่ถูกต้องหลังจากฟังเหตุผลของเด็กจนจบแล้ว

『เข้าใจแล้ว เป็นอย่างนี้นี่เอง แต่ว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ควรทำแบบนี้จะเป็นวิธีที่ดีนะจ๊ะ』

ความรู้สึกที่ตัวเองไม่ถูกปฏิเสธมันเชื่อมโยงกับความมั่นใจในตัวเองของเด็ก และสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจในการแสดงความคิดของตัวเองได้


9.มองในระดับเดียวกับที่ลูกมอง

สิ่งสำคัญในการเลี้ยงลูกก็คือ การมองในระดับเดียวกับเด็ก 

สถานะพ่อแม่กับลูก ผู้ใหญ่กับเด็กเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็จริง แต่หากเลี้ยงูกโดยเชื่อมความสัมพันธ์กันแบบนี้จะทำให้ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนั้นหรือรู้สึกแบบนั้นได้ และเมื่อไม่มีจุดเข้าใจตรงกัน ต่อไปเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นคนที่ไม่เชื่อถือไว้ใจคนอื่น

ก่อนอื่น เราควรลองคิดในฐานะที่เป็นเด็กดูบ้าง แล้วเมื่อมองในระดับเดียวกับลูกก็จะเห็นเข้าใจอะไรมากขึ้น จุดนี้เป็นจุดสำคัญมาก

เมื่อถึงเวลาเล่นก็เล่นเต็มที่กับลูก ไม่ต้องคิดแยกว่าฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว เล่นให้สุดๆ ไปเลย 

เวลาแข่งแพ้ชนะกันก็แข่งกันเต็มที่โดยไม่ต้องอ่อนข้อให้

ถึงจะเป็นพ่อแม่ ถึงจะเป็นผู้ใหญ่ แต่จิตใจเด็กจะรู้สึกอุ่นใจที่พ่อแม่เข้าใจความรู้สึกเขาอยู่เสมอ 


10.ไม่ยัดเยียดความต้องการของแม่มากเกินไป

เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเป็นพ่อแม่คิดอยากให้ลูกได้ทำสิ่งที่หลากหลาย

อยากให้เรียนภาษาอังกฤษด้วยเล่นดนตรีด้วยและเป็นเด็กที่มีทักษะทางด้านกีฬาได้ด้วย พ่อแม่ก็จะนึกคิดฝันในหลายๆ เรื่อง

ซึ่งแน่นอนว่าการที่ให้เด็กได้ลองประสบการณ์ที่หลากหลายตั้งแต่วัยเด็กนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่ก็จริง

แต่ก็ต้องไม่เรียกร้องให้ลูกทำโน่นนี่มากเกินไป และไม่คาดหวังมากเกินไป เพราะเด็กจะกลายเป็นได้รับความกดดัน และแบกเอาความรู้สึกว่าล้มเหลวหรือคับข้องใจติดตัวไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ก็เป็นได้

ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ควรคาดหวังที่สุดก็คือ 「การให้ลูกของเรายิ้มร่าเริงและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง」

มาริสะจังวัย 3 ขวบ 10 เดือน
โคกะคุง วัย 1 ขวบ 4 เดือน

คำศัพท์น่ารู้จากบทความ

●格言 (かくげんkakugen คะกุเกง) สุภาษิต

●幼少期(ようしょうき youshouki โยโชวคิ)ช่วงวัยเด็ก

●原動力(げんどうりょく gendouryoku เกงโดโระกุ)พลังขับเคลื่อน

●様々な人と触れ合う(さまざまなひととふれあう samazamana hito to fureau สะมะซะมะนะ ฮิโตะ โตะ ฟุเระอะอุ) สัมผัสกับผู้คนที่หลากหลาย

●自己肯定感 (じここうていかん jiko kouteikan จิโคะโคเทคัง) ความรู้สึกยอมรับในตัวเอง ความรู้สึกยอมรับคุณค่าตัวเอง

●自閉症 (じへいしょう jiheishou จิเฮอิโชว) ออทิสติก

● 手加減 (てかげん tekagen เทะคะเงง) ยอมอ่อนข้อ

● お父さんによく懐く子供(おとうさんによくなつくこども otousan ni yoku tatsuku kodomo โอะโต้ซัง นิ โยะคุ นะทสึคุ โคะโดะโมะ) เด็กที่อ้อนคุณพ่ออยู่บ่อยๆ

● 発想力 (はっそうりょく hassouryoku ฮัซโซโระกุ)ทักษะความกล้าแสดงออก


เรียบเรียงโดย ชุฟุจัง

ที่มา goodluckjapan.com

1 Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts