Shufuchan

บันทึกของชุฟุจัง#4 : 3 เรื่องความน่ารักและจิตใจดีของเด็กญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะ วันนี้มี 3 เรื่องเกี่ยวกับความน่ารักและจิตใจดีของเด็กญี่ปุ่นที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง

จริงๆ เด็กเกเรก็มีแต่ยังไม่เจอสักเท่าไหร่ เจอแต่เด็กน่ารักจิตใจดีซะส่วนใหญ่
โดยเรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องที่ชุฟุจังได้สัมผัสได้เห็นมาด้วยตัวเองจนรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นเขาเลี้ยงลูกกันอย่างไรนะ เด็กๆ ถึงได้มีจิตใจดีและน่ารักได้ขนาดนี้ (เท่าที่สัมผัสมานะคะ) หรืออาจจะเป็นการอบรมสั่งสอนจากที่โรงเรียน (อันนี้ต้องรออีกสัก 2 ปีถึงจะได้สัมผัสประสบการณ์โดยตรง)

เริ่มจากเรื่องแรก คำทักทาย “こんにちは konnichiwa” จากเด็กละแวกบ้าน(ที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน)
 
เพิ่งรู้ว่าเด็กญี่ปุ่นมักจะกล่าวทักทาย “こんにちは konnichiwa” กับคนละแวกบ้านตัวเอง กล่าวแบบชัดถ้อยชัดคำไม่มีเคอะเขิน
ย้อนไปตอนที่ชุฟุจังยังไม่ท้องมาริสะจัง ตอนนั้นกำลังเดินชิวๆ จะไปสถานีรถไฟใกล้บ้าน ระหว่างทางซึ่งจะเป็นบ้านคนญี่ปุ่นเรียงรายกันอยู่
 
อย่างที่ทราบกันดีว่า บ้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะติดถนน เดินไปก็แอบส่องการออกแบบของแต่ละบ้านไป ดูไปแล้วก็นึกจินตนาการไปว่าอยากมีบ้านแบบนี้บ้างจัง
ระหว่างนั้นมีเด็กชายน่าจะอยู่ประถมที่กำลังกลับจากโรงเรียนเดินสวนมา
ชุฟุจังก็มองๆ แล้วทันใดนั้นเด็กคนนั้นก็กล่าวทักทาย “こんにちは”
ชุฟุจังก็แอบตกใจเล็กน้อย แต่ก็ยังตั้งสติทันทักทายตอบไป “こんにちは” พร้อมส่งยิ้มให้เล็กน้อย
 
จะบอกว่าแค่คำทักทายสวัสดีคำเดียว ทำให้รู้สึกจิตใจกระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวาขึ้น แล้วก็ดูเด็กคนนั้นเท่ห์ขึ้นมาเลย นึกภาพในทางกลับกัน ถ้าเด็กคนนั้นไม่กล่าวทักเราก่อน แล้วต่างคนต่างเดินผ่านไป ก็คงไม่ได้รับความรู้สึกดีในวันนั้นหรอก
คนญี่ปุ่นนี่เขาใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการทักทายการทำความเคารพผู้ใหญ่ตั้งแต่เด็กกันเลย

 


เรื่องที่ 2 “หนูไม่เป็นไร หนูโตแล้วแต่น้องยังเล็ก สละให้น้อง”
เรื่องนี้เป็นเรื่องความมีน้ำใจและจิตใจดีของเด็กผู้หญิง 6 ขวบ เพื่อนข้างบ้านของมาริสะจังเองค่ะ
วันนั้นอากาศเย็นมากกและยังมีลมหนาวพัดมาอีก
แต่เด็กๆ ก็ยังอยากเล่นด้วยกันที่ลานหน้าบ้าน
ระหว่างที่ชุฟุจังเม้าส์มอยกับคุณแม่ญี่ปุ่นข้างบ้านอยู่นั้น
เหมือนว่าเด็กๆ จะวิ่งไปเล่นใกล้กับรถยนต์ของบ้านอื่น
 
ชุฟุจังกับคุณแม่ญี่ปุ่นก็เลยต้องจบบทสนทนาชั่วคราวแล้ววิ่งไปไล่ต้อนเด็กๆ ให้ออกมาห่างจากรถที่จอดอยู่
และพอหันไปดูมาริสะจัง ปรากฏว่า มีเครื่องแต่งกายฤดูหนาวเพิ่มขึ้นมา ดูน่ารักน่าอบอุ่นมากมาย ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นผ้าพันคอขนแบบแปะกระดุม และที่ครอบหูกันหนาวรูปกระต่ายน้อย
12794405_1676532509266034_1030715365223853669_n
ชุฟุจังถามว่า อันนี้ของพี่เค้านะ คืนพี่เค้าไป แต่เด็กข้างบ้านตอบกลับว่า “ไม่เป็นไรค่ะ หนูโตแล้วแต่น้องยังเล็ก สละให้น้องค่ะ”
ฟังแล้วแบบ…ทำไมถึงได้จิตใจดีอย่างนี้น้อ หรือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของเด็กวัยนี้

 

เรื่องที่ 3 “よしよし!大丈夫?โอ๋ๆ เป็นไรไหมจ๊ะ”
 
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่สนามเด็กเล่นใกล้บ้าน ในวันที่อากาศเป็นใจ คือ วันที่แดดดี๊ดี ถึงแม้อากาศจะยังเย็นๆ แต่มีความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ก็ทำให้อยากออกจากบ้านมารับความอบอุ่นจากแสงแดดกัน
นึกไปแล้วคนญี่ปุ่นก็ใช้ชีวิตเหมือนกับแมลงที่จะขดตัวอยู่ในรูในช่วงฤดูหนาวและจะออกมาจากรูตอนอากาศอบอุ่น ซึ่งมันเป็นแบบนั้นจริงๆ
พอถึงสนามเด็กเล่น ก็จะเจอเด็กๆ ทั้งเด็กเล็กเด็กโตเล่นกันอย่างสนุกสนาน และจะเห็นภาพคุณแม่ญี่ปุ่นยืนเม้าส์มอยกันอยู่บ้าง บางคนไม่มีกลุ่มเม้าส์มอยก็จะคอยเดินตามลูกที่เล่นปีนป่ายเครื่องเล่นอยู่
 
มาริสะจังชอบเล่นกระดานลื่นที่เป็น roller 
และระหว่างที่เดินเล่นรอบๆ กระดานลื่นนั้นอยู่ โดยชุฟุจังก็ยืนดูอยู่ใกล้ๆ
อยู่ดีๆ มาริสะจังก็ดันสะดุดขอบพื้นปูนหกล้ม ซึ่งตรงกับจังหวะที่มีเด็กผู้หญิงวัยประมาณ 4 ขวบกำลังเล่นสไลด์กระดานลื่นมาถึงจุดที่มาริสะจังล้มพอดี เด็กคนนั้นเห็นมาริสะจังล้มอยู่ ก็เข้าไปเข้าดูมาริสะจังใกล้ๆ
ชุฟุจังก็วิ่งเข้าไปดูด้วย แต่ยังไม่ได้ช่วยอะไร เพราะมาริสะจังไม่ร้องไห้
ชุฟุจังเลยยืนดูภาพเด็กคนนั้นที่กำลังลูบหัวมาริสะจังเบาๆ แบบโยชิโยชิ (โอ๋ๆ) แล้วถามมาริสะจังว่า “大丈夫?เป็นไรไหมจ๊ะ”
พอมาริสะจังลุกขึ้นมาเองได้ ชุฟุจังก็เลยเข้าไปตอบว่า “大丈夫だよ ไม่เป็นไรจ๊ะ ありがとうね ขอบคุณนะจ๊ะ 優しいね ใจดีจังเลย” แล้วเด็กคนนั้นก็ไปวิ่งเล่นต่อ
 
อยากบอกว่า รู้สึกประทับใจความมีน้ำใจและจิตใจดีของเด็กๆ ที่ญี่ปุ่นมาก
โดยเฉพาะเรื่องนี้ จริงๆ เด็กคนนั้นไม่ต้องสนใจมาริสะจังก็ได้
เพราะตัวเองไม่ได้ทำมาริสะจังหกล้ม
เล่นลื่นสไลด์ลงมาแล้วอาจจะมองๆ เด็กล้มไม่ร้อง คงไม่เป็นไร ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันไปเล่นต่อดีกว่า แบบนี้ก็ได้ แต่เด็กคนนั้นกลับเข้ามาช่วย
 
สุดท้ายนี้ ชุฟุจังตั้งใจอยากเลี้ยงมาริสะจังให้มีจิตใจที่อ่อนโยนและมีน้ำใจแบบนี้บ้าง
แล้วคุณแม่ๆ ล่ะคะมีแนวทางในการเลี้ยงลูกให้ลูกเติบโตไปเป็นเด็กอย่างไรคะ
 
ใครมีเคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้มีจิตใจดี มาแบ่งปันมาแชร์กันนะคะ
หวังว่าเรื่องราวที่เล่าจากประสบการณ์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ
 
จาก ชุฟุจัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts