Shufuchan

คุยสัพเพเหระกับชุฟุจัง#1:ช่วงที่มาอยู่ญี่ปุ่นใหม่ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง

สวัสดีค่ะ คุณแม่บ้านทุกท่าน

ช่วงวันสองวันนี้ฝนตก อากาศนี่เย๊นเย็น
กลางคืนนี่แย่งผ้าห่มกันเลยทีเดียว

   สำหรับวันนี้ชุฟุจังอยากจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเล่าสู่กันฟังในช่วงที่ย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นแรกๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ว่าแล้วก็ขอร่ายเลยละกันนะคะ

หลังจากตัดสินใจลาออกจากงานที่กำลังรุ่งเพื่อมาแต่งงานกับหนุ่มญี่ปุ่นแล้วย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ญี่ปุ่น                                   ตอนนั้นบอกตรงๆ ใจตุ้มๆต่อมๆ ไม่รู้หรอกค่ะว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำพาชีวิตไปพาทางไหน อนาคตจะเป็นอย่างไร
แค่นั่งเทียนเอาว่า ผู้ชายคนนี้จะสามารถดูแลเราได้ และอาศัยใจสู้ฮึดมาตายเอาดาบหน้าเลย

คือถือได้ว่า เป็นการตัดสินใจมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ

ชุฟุจังย้ายมาอยู่ช่วงสิ้นปีก็เป็นช่วงฤดูหนาวพอดี เข้าสู่ชีวิตใหม่กับปีใหม่ 2013

และแล้วเรื่องราวก็เกิดขึ้น ณ จุดๆนี้ ลองดูกันไปทีละเรื่องนะคะ

ชีวิตทั่วไปปีแรก
1.สนุกสนานกับสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะแสงสีไฟที่ประดับในช่วงฤดูหนาว (イルミネーション iruminashon อิรุมิเนะช้ง) ชอบมากกกเลย มันโรแม๊นและรู้สึกว่านี่ฉันได้อยู่ญี่ปุ่นจริงๆหรอเนี่ย นึกภาพว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังเกาหลี ♥😍
และสนุกกับแต่ละฤดูกาล ไปดูซากุระบานก็ชอบบ เหมือนชีวิตจะดูดี๊ดีไปหมด

2.เตรียมพร้อมกับการเริ่มการใช้ชีวิตใหม่ เช่น ยื่นรอใบไซริว(เดือนกว่า) ซื้อมือถือใหม่ ทำใบขับขี่(มาอยู่เดือนที่ 5) ฝึกไปซุปเปอร์มาเก็ตเอง เป็นต้น

3.ไปแวะเวียนทักทายญาติๆ แนะนำตัวเราในการที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวสามี

4.3เดือนผ่านไป อยู่บ้านพักใหญ่แล้ว ไม่ไหวละ ต้องหาอะไรทำก็ไปสมัครเรียนญี่ปุ่นกับอาสาสมัครที่ kokusaikouryuukaikan โคคุไซโคริวไคคัง ศูนย์นานาชาติ ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีสำหรับจัดกิจกรรมต่างๆให้ชาวต่างชาติ
ชุฟุจังได้เพื่อนก็จากที่นี่แหละค่ะ

ร่างกายและอารมณ์
1.ท้องผูก 1เดือนแรกเต็มๆ ยังจำได้ว่าถ่ายลำบากมากก ไม่รู้เพราะอากาศ อาหารหรือร่างกายตื่นเต้นปรับตัวไม่ทัน
ดันนะจังเลยแนะนำ “ให้กินโยเกิร์ตทุกเช้า” เพราะเค้ากินทุกวันไม่มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายเลย ตรงเวลาเป๊ะๆ เอ่อ ประกอบกับการดื่มน้ำตอนเช้าแล้วสักพักมันก็ได้ผล

2.สิวๆๆๆๆ กระหน่ำกันมาไม่ขาดสาย มาแบบไม่ได้นัดหมาย 
ตอนช่วงมาอยู่ได้ 4เดือนผ่านไป มาแบบถึงขั้นหน้าเหียก ไม่อยากเจอผู้คน
ไปหาหมอก็ไม่หาย เหมือนจะดีขึ้นก็กลับมาเป็นอีก ขนาดว่าไม่รู้จะเรียกว่าหน้าคนรึเปล่าตอนนั้น55 โบ๊ะแป้งๆกลบตลอดเลย
สาเหตุ คิดว่าเกิดจากหน้าแห้งไม่บำรุงโบ๊ะครีมช่วงหน้าหนาว เพราะเราไม่ชินมันเหนอะ และประกอบกับกระหน่ำกินน้ำหวานน้ำผลไม้ทุกวันตลอด 3 เดือนแรก เพราะมันอร่อย คิคิ เป็นไงล่ะ 
สรุป…ก็งดอาหารหวานมันของทอด และพยายามใช้ครีมสูตรอ่อนโยน กินวิตามินบำรุงด้วย สักพักใหญ่ๆก็หลายเดือนเกือบปีได้มั้ง มันก็หายๆไป จนกลับมาเป็นคนได้ทุกวันนี้

3.เหงาหงอย ไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม ถึงภาษาได้บ้างระดับสื่อสารเข้าใจ แต่มาจริงๆ ชีวิตมีแต่สามี วันๆรอสามีกลับบ้าน นั่งคิดเมนูอาหารไป เรียนภาษาจากทีวีไป

4.กลายเป็นคนใจเย็น คิดบวก ไม่ค่อยพูดเรื่องคนอื่น ไม่นินทาเรื่อยเปื่อย ไม่บ่นทุกสิ่งที่ขวางหน้า เพราะคงด้วยความเหงาการที่ไม่ได้เม้าส์มอยกับใคร ไม่ได้เข้ากลุ่มก้อนกับใครใดๆ อยู่สันโดษก็ว่าได้ และด้วยสังคมญี่ปุ่นที่เป็นระเบียบ มีมารยาท นึกถึงคนอื่น เกรงใจกันมันทำให้เราเปลี่ยนไปเลยไม่มากก็น้อย

5.อยากมีรายได้บ้าง เซ็งอย่างหนัก สับสนๆ เพราะอยู่แต่บ้านมันว่างจัด ไม่เคยเป็นแบบนี้ เราทำงานตลอดตั้งแต่เรียนจบ ทำให้เกิดอาการอยากออกไปทำงานหาเงินกำเริบเป็นพักๆ อยากตั้งแต่ย้ายมาอยู่ อยากไปทำงานมากแต่ดันนะจังไม่ให้ไปทำต่างจังหวัด และเค้ารู้สึกว่าเราควรจะเรียนรู้การใช้ชีวิตที่นี่พักนึงก่อนค่อยออกหางาน
เรียกง่ายๆ คือ อย่าคิดแต่เรื่องเงิน💰อย่างเดียว

แต่คืออยากมีรายได้บ้าง อึดอัดมากกก ที่ต้องอยู่รอเงินเดือนสามี ทะเลาะคุยเรื่องงานนี่หลายรอบมาก 
สรุป…ก็คิดซะว่าเรามาเป็นแม่บ้าน ณ ตอนนั้น งานของเราคือดูแลบ้านดูแลสามีให้เค้ามีความสุข เลยตั้งใจทำต่อไป💪😄
แต่สุดท้ายได้งานในจังหวัดที่ตัวเองอยู่เป็นงานอะไรไว้จะมาเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ

จบเรื่องชีวิตที่ญี่ปุ่นช่วงแรกแต่เพียงเท่านี้
แล้วชีวิตช่วงแรกของคุณแม่บ้านเป็นอย่างไรกันบ้างคะ

มาแชร์ความคิดเห็นและประสบการณ์ลงในกล่อง comment กันได้เลยนะคะ

จาก ชุฟุจัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *