Shufuchan

บันทึกของชุฟุจัง#2 : พาลูกไปตรวจครบ 1 ขวบ&มิตรภาพดีๆ ที่ญี่ปุ่น

วันที่15กุมภาพันธ์2016

วันนัดตรวจสุขภาพวัย 1 ขวบ

พร้อมกับได้เจอมิตรภาพใหม่ในญี่ปุ่น

วันนี้เป็นวันที่ทางเขตนัดตรวจสุขภาพเด็ก 1 ขวบ (บางเขตก็ไม่มี จะมีอีกทีคือตรวจตอน 1 ครึ่งเลย)
แล้วก็ดันเป็นวันที่หน๊าวหนาว ตอนออกจากบ้านหิมะก็โปรยปรายลงมาด้วย
สถานที่ที่นัดไปตรวจครั้งนี้อยู่ไกลต้องใช้รถ เดินไปมีหวังน่องปูดแน่ เลยกะว่าจะนั่งรถไฟไปแล้วต่อด้วยแท็กซี่

แต่แล้วความโชคดีก็มาเยือนเราสองคนแม่ลูก
ขณะที่ชุฟุจังกำลังพะรุงพะรังยกเอารถเข็นเด็กมาริสะจังออกจากบ้านอยู่นั้น
ก็ได้ยินเสียง “おはようございます”
เป็นเสียงทักทายสวัสดีตอนเช้าของเพื่อนบ้านที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เธอเป็นแม่บ้านลูกสอง ลูกคนเล็กอายุใกล้เคียงกับมาริสะจังเลย พอจะเล่นด้วยกันได้
เป็นหนุ่มน้อยผมหน้าม้าเต่อ น่ารักจิ้มลิ้ม

ชุฟุจังก็เลยทักทายกลับไป “おはようございます” แล้วเพื่อนบ้านถามว่า “จะไปไหนกัน どこ行くんですか”
เราเลยบอกว่า “ไปตรวจสุขภาพวัย 1 ขวบ 一歳検診に行って来ます”

และเพื่อนบ้านก็เอ่ยเสนอความช่วยเหลือ
อาสาจะไปส่งถึงที่ เพราะเห็นว่าทั้งหนาวและหิมะก็โปรยปรายลงมาแล้ว
แถมเดินทางลำบากด้วย
ใจดีมากเลย เราก็ทั้งพูดขอโทษและขอบคุณซ้ำๆ กันหลายรอบ ตามธรรมเนียมคนญี่ปุ่น すみません ありがとうございます
อ่อ พร้อมก้มหัวด้วยเบาๆ เวลาพูดด้วย

ระหว่างนั่งรถก็คุยกันถึงว่ามาอยู่ญี่ปุ่นนานรึยัง ภาษาญี่ปุ่นเก่งจัง บลาๆๆ
ไม่เห็นถึงการดูถูกหรือเหยียดเราที่เป็นต่างด้าวแต่อย่างใด

สรุปขาไป…มีคนใจดีอาสาไปส่ง
ในใจคิด แล้วขากลับจะทำไงหว่า
เป็นสถานที่ที่ไม่เคยไปด้วย
ถ้ารถบัสมันลำบาก ก็พี่แท็กนี่แหละ จ่ายแพงหน่อยแต่สะดวกสุด

แต่ปรากฎพอเพื่อนบ้านส่งเราเสร็จก็บอกว่า “ขากลับจะมารับนะ มีเบอร์โทรติดต่อไหม”
คือปฏิเสธไปแล้ว แต่เพื่อนบ้านอยากช่วยเหลือจริงๆ เลยแลกเบอร์ไป①
“ถ้าเสร็จแล้วหรือใกล้จะเสร็จ ยังไงโทรมานะ” เพื่อนบ้านกล่าว

พอมาถึงก็เจอบรรดาแม่ๆญี่ปุ่นหอบลูกกันมาตรวจมากมาย ส่วนใหญ่จะใช้เป้แบก มีเรานี่แหละใช้รถเข็นเพราะของเยอะด้วยและอีกอย่างขี้เกียจแบก ตัวหนักจะปวดเอว

เริ่มจากการลงทะเบียนโดยยื่นสมุดแม่และเด็ก(母子手帳 boshitechou โบะชิเทะโจว) ซึ่งขาดไม่ได้ ไปไหนต้องพกไปตลอด มันเป็นเหมือนข้อมูลพื้นฐานของลูกบันทึกอยู่ในนั้น และใบสอบถาม(問診票 มงชินเฮียว) เกี่ยวกับเรื่องพัฒนาการทั่วไป สุขภาพ การกิน เรื่องฟันของลูกที่จะส่งมาพร้อมกับใบแจ้งนัดตรวจ ซึ่งเราควรกรอกมาล่วงหน้า

ต่อจากนั้นนั่งรอเรียกชื่อ
และแล้วมิตรภาพต่อมาก็เกิดขึ้น ณ จุดๆ นี้
ระหว่างรอก็ป้อนโดรายากิให้มาริสะจัง
และก็มีคุณแม่ญี่ปุ่นคนนึงเข้ามาทัก
คุณแม่ญี่ปุ่นคนนี้ตัวเล็กผอมและใส่แว่นน่ารักคล้ายอาราเร่เลย ถามเราว่า “จำได้ไหมคะ えーと、覚えていますか?”

เอ่อ ! คิดไปสามวินาที สมองคิดย้อนไป 1 ปีที่แล้ว อ่อๆ เอิ่ม นึกออกแล้ว !
“ใช่คุณแม่ที่คลอดโรงพยาบาลเดียวกันหรือเปล่าคะ 同じ病院で出産した方かな”

“ใช่ค่ะๆ” คุณแม่ญี่ปุ่นอาราเร่ตอบ
” ตอนนั้นผมสั้นใช่ป่ะคะ” เราถามเพื่อตอกย้ำความทรงจำ

“ใช่ค่ะๆ”
“เหมือนว่าลูกเราจะเกิดวันเดียวกันนะคะ”
“เกิดวันที่เท่าไหร่คะ” คุณแม่อาราเร่ถาม

“20 ค่ะ โอ้ว วันเดียวกันเลย” เราตอบและก็ฮือฮาพร้อมกัน

จำได้เลยว่าวันนั้นมีเด็กเกิดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดคุมาโมโต้ ทั้งหมด 6 คน
ทุกคนเป็นเด็กผู้ชาย ยกเว้นมาริสะจัง !
ที่เป็นเด็กทารกหญิงในชุดสีชมพูคนเดียวและถูกประกบซ้ายขวาด้วยเด็กทารกชายในชุดสีฟ้า
ภาพนั้นยังจำได้ เด็กๆ นอนเรียงกันน่ารักจริงๆ

พอรื้อฟื้นความทรงจำได้แล้ว คุณแม่อาราเร่ก็เอ่ยขึ้นมา “มีเบอร์หรือไลน์ที่จะติดต่อกันไหมคะ 電話番号でもLINEでも連絡できる連絡先がありますか?” พร้อมหยิบโทรศัพท์มาเพื่อจะได้แลกเปลี่ยนการติดต่อกัน และปฏิบัติการแลกเบอร์ก็เกิดขึ้น②
และเราก็แยกย้ายพาลูกไปตรวจ

การตรวจในวันนี้ไม่มีอะไรมาก
แค่วัดน้ำหนักและส่วนสูง
หลังจากนั้นก็ฟังคำบรรยายเป็นกลุ่มเรื่องอาหารการกินและเรื่องฟัน ปิดท้ายด้วยการส่งสมุดแม่และเด็กพร้อมพูดคุยแนะนำตัวต่อตัวกับเจ้าหน้าที่

ระดับการฟังบรรยายภาษาญี่ปุ่นในครั้งนี้รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง..ยังต้องฝึกอีกมาก
ยิ่งเจ้าหน้าที่พูดเร็วรัวๆ ยิ่งฟังยากฟังลำบาก
สรุปเรื่องฟัน ฟังไม่รู้เรื่องเลย !

และระหว่างที่กำลังถอดเสื้อผ้าลูกเพื่อเอาตัวไปวัดส่วนสูง-ชั่งน้ำหนักอยู่นั้น มิตรภาพใหม่ก็เกิดขึ้นอีกแล้ว ณ จุดๆ นี้
อยู่ๆ มีคุณแม่ญี่ปุ่นรูปร่างออกท้วมนิดๆ เดินมาทัก
รู้ชื่อเล่นเราด้วย แต่รอบนี้ผ่านไป 5 นาทีแล้ว เพิ่งจะมานึกจำได้

สรุปว่า คุณแม่ญี่ปุ่นคนนี้เคยเจอเราครั้งหนึ่งตอนเธอพาสามีชาวเกาหลีไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ทางศูนย์นานาชาติจัดขึ้นทุกอาทิตย์
หลังจากนั้นเธอก็ท้องแล้วก็คลอดลูก บังเอิญที่ลูกชายเธอเกิดก่อนมาริสะจัง 1 อาทิตย์เด็กๆก็เลยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน
และเธอก็เอ่ยขอเบอร์ติดต่อเพื่อจะได้มีโอกาสพาลูกมาเล่นด้วยกัน ปฏิบัติการแลกเบอร์โทรเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ ③

แม่เจ้า ! นึกไปนึกมา ทั้งสามมิตรภาพในวันนี้ มีแต่คุณแม่ที่มีลูกชายเหรอเนี่ย เขินๆ เลย

ผ่านไป 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ 10 โมงเช้า ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ก่อนกลับได้ทานข้าวกลางวันที่นั่นกับคุณแม่อาราเร่ และพูดคุยโน่นนี่นั่นตามประสาแม่ๆ

ย้อนกลับไป 1 ปีก่อน การพบเจอกับคุณแม่อาราเร่ครั้งแรกที่โรงพยาบาลเดียวกันที่คลอดมาริสะจัง
คุณแม่อาราเร่เห็นเราเป็นต่างชาติ มาคลอดลูกอยู่คนเดียว รู้สึกแปลกใจและ
เธอบอกว่าเราน่ารัก (จริง?) อยากรู้จักเลยเข้ามาทักทาย คุยกันตรงหน้าห้องพักส่วนตัว บางวันก็อุ้มลูกยืนคุยกันหน้าห้อง

คุณแม่อาราเร่ส่งไลน์มาบอกว่า “ตั้งแต่วันนั้นอยากเจอเราอีก และวันนี้รู้สึกโชคดีที่ได้เจอกันอีก また会いたいなと思っていたので、今日会えて良かったです。”

ข้อความนี้ทำให้เรารู้สึกภูมิใจในคุณค่าของตัวเองมากขึ้น แค่แม่บ้านต่างแดนธรรมดาไม่มีความสามารถพิเศษใดๆ ไม่มีฐานะร่ำรวย ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆ มีเพียงแต่ความเรียบง่าย เป็นกันเอง ให้ความเป็นมิตรกับผู้ที่อยากผูกมิตร ก็ทำให้ดึงดูดคนดีๆ เข้ามาในชีวิตส่วนหนึ่งทำให้ชีวิตมีความสุขได้เช่นกัน

สรุป ขากลับ..เราได้รับความช่วยเหลือจากคุณแม่อาราเร่มาส่งถึงที่บ้าน

วันนี้คือวันแห่งมิตรภาพใหม่ที่ดีจริงๆ
เป็นวันที่ดีที่น่าเก็บบันทึกเป็นความทรงจำดีๆ วันหนึ่งของชีวิตแม่บ้านต่างแดนเลยทีเดียว

✨เชื่อว่าคุณแม่บ้านคงมีประสบการณ์พบมิตรภาพดีๆ แบบนี้ในต่างแดนเหมือนกัน
แล้วมาแชร์ประสบการณ์มิตรภาพในต่างแดนกันนะคะ

จบแล้วค่ะ



เรื่องโดยชุฟุจัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts