Shufuchan

บันทึกของชุฟุจัง#1 : พาลูกไปกินข้าวนอกบ้านกับมารยาทในร้านอาหาร

เมื่อมาริสะจังที่ตอนนั้นอยู่ในวัย 7-8 เดือน เกิดแพ้อาหารตอนพาออกไปกินข้าวนอกบ้าน

โอยๆๆ ช่วงนี้จะเป็นญาติสนิทกับโรงพยาบาลแล้วเนี่ย

คือเมื่อวานนี้ออกไปกินข้าวนอกบ้านกันมาค่ะ ดันให้มาริสะจังกินซุปหัวหอมใหญ่ ไข่โอมุไรสุและมักกะโรนี

เกิดแพ้หน้าแดง ปากบวมอย่างที่เห็น

 

จริงๆ ก่อนออกบ้าน ชุฟุจังเตรียมอาหารเสริมเด็กพกไปด้วย เพราะก่อนหน้านี้ตอนไปทานข้าวนอกบ้านก็จะพกอาหารเสริมไปป้อนที่ร้านอาหารและเมนูสำหรับเด็กที่ร้าน ปกติก็เป็นเมนูสำหรับเด็กโตที่สามารถทานอาหารผู้ใหญ่ได้

แล้วคือร้านที่เราอยู่ดีๆก็หันเลี้ยวรถเข้าไป ก็ดันเป็นร้านที่ไม่เคยไปทานมาก่อน เป็นร้านอาหารฝรั่งแนวสเต็กเป็นเซ็ทๆ
เพราะบรรยากาศไม่ใช่แนวญี่ปุ่นจึงไม่มีที่นั่งส่วนตัวแบบญี่ปุ่น เบาะโซฟาตัวใหญ่ๆ ก็ไม่มี มีแต่โต๊ะสี่เหลี่ยมธรรมดาที่มีเก้าอี้ 4 ตัวรอบโต๊ะและรอบตัวเราก็จะเห็นโต๊ะข้างๆ เลยแบบค่อนข้างใกล้ชัดเจน

มาถึงโต๊ะ..ชุฟุจังก็หยิบอาหารเสริมที่เตรียมไว้ขึ้นมา
และดันนะจังก็เกิดอาการถือมารยาทดีขึ้นมา โดยบอกว่า นี่ๆ ร้านแบบนี้เราไม่ควรเอาอาหารมากิน

ชุฟุจังก็ หึ? แต่นี่มันอาหารเสริมเด็กนะ เด็กยังไม่ถึงขวบเลย คือไม่เข้าใจทำไมถึงห้าม !!

ดันนะจังอธิบาย : ก็ปกติเราควรสั่งอาหารเค้า มีเซ็ทเด็ก หรือจะแบ่งกินกับของผู้ใหญ่ก็ได้ ไม่ใช่เอาจากข้างนอกเค้ามา มันเสียมารยาท และอีกอย่างลูกค้าคนอื่นเค้ามาทานก็อยากได้บรรยากาศของร้าน แต่เราทำแบบนี้จะเป็นการทำลายบรรยากาศเค้า

ชุฟุจัง : อ่อหรอ อ่ะนะ อืมม เข้าใจระดับนึง แต่ก็ยังคิด แล้วมันมีเซ็ทอาหารเสริมขายหรอ ก็เปล่านี่ แต่ก็เอาเหอะตามเค้าไปก่อน
เราก็ให้กินแบบที่เค้าพอกินได้ เพราะเคยให้กินพวกจะกะอิโมะ (มันบด)

อาหารมาเสิร์ฟ
ซุปหัวหอมมาก่อนเลย เลยแบ่งให้มาริสะกินหน่อยนึง
ใจยังคิดนะ จะดีหรอว้าาา จะแพ้มั้ยน้อออ
หรือเราจะถามพนักงานดีว่า อาหารเสริมที่เตรียมมานี่ห้ามมั้ย?

ปรากฏไม่ได้ถาม ขี้เกียจกลัวจะเสียมารยาท
เลยเอาให้มาริสะจังกิน…
ตอนแรกยังไม่เป็นอะไร
กินไปไม่เยอะ และก็ตามด้วยไข่กับมักกะโรนีปนกัน ตบท้ายด้วยซุปอีกที

กินเสร็จ ปากเจ่อ หน้าแดง คันๆเลย แต่ดีที่ไม่ร้องงอแง แต่สงสารมาก นั่งขยี้ตาจนตาแดงตามไปด้วย โอยๆๆ

ตอนนั้นตกใจเลย คิดแบบทำม๊ายยย เราไม่คิดถึงลูกให้มากกว่านี้
นั่งรถไปโรงพยายาล น้ำตาตกเลย😖😂
มัวแต่กลัวเสียมารยาท และความไม่รู้ว่าเค้าจะแพ้อะไร เนี่ยเลยทำให้ต้องได้ไปโรงพยาบาล. เพลียกันไปตามๆกัน

สรุป..ไปถึงโรงบาลอาการก็ดีขึ้นมาก หมอก็ไม่ได้ให้ยาอะไร บอกว่าไม่รุนแรง และแนะนำวันหลังให้ลองให้กินทีละนิด และจดบันทึกด้วยว่า ให้กินอะไรไปบ้าง
ถ้าอาการลักษณะนี้ แต่ยังลั๊นลาและดึงสายที่หมอตรวจได้แบบนี้ ก็ไม่ถึงกับต้องมาโรงพยาบาล

จบไปอีกหนึ่งวันดี๊ดี เพลียตื่นเต้นดี

สำหรับเรื่องมารยาทการนำอาหารเสริมเด็กไปทานนั้น ชุฟุจังก็กระจ่างเรื่องนี้จากการอ่านหนังสือเรื่องมารยาทฉบับภาษาญี่ปุ่นเล่มหนึ่ง เขียนบอกว่า โดยปกติการนำอาหาร ขนมหรือเครื่องดื่มเข้าไปรับประทานในร้านอาหาร ถือเป็นการเสียมารยาทไม่ควรทำ แต่กรณีนี้เราควรโทรไปถามที่ร้านเพื่อขออนุญาตหรือสอบถามเรื่องการนำอาหารเสริมของเด็กไปรับประทาน แต่หากไม่ได้โทรแจ้งล่วงหน้าก็สามารถสอบถามขออนุญาตที่ร้านได้ ถ้าที่ร้านตกลงและเข้าใจก็สามารถนำไปรับประทานได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรนำอุปกรณ์ภาชนะที่ใส่อาหารไปเอง ไม่ให้เป็นภาระกับทางร้านและควรป้อนไม่ให้หกเลอะเทอะด้วย ซึ่งถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts