10 พฤติกรรมที่แสดงถึงความเป็นผู้หญิงที่มีมารยาทแย่ในสังคมญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะ หลังจากห่างหายไม่ได้อัพเดทบทความไปพักใหญ่

ครั้งนี้ชุฟุจังจะขอมาอัพเดทบทความกันต่อ

เนื่องจากช่วงนี้สาวๆ มาท่องเที่ยวญี่ปุ่นกันเยอะ

และคิดว่าหลายคนคงจะกำลังปิ๊งๆ หรือมองหาหนุ่มญี่ปุ่นกันอยู่ด้วย 

บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆ นะคะ 

ว่าด้วยเรื่องกิริยามารยาทของผู้หญิงในสังคมญี่ปุ่นกันค่ะven-2052568_4

ปกติเวลาผู้ชายมองผู้หญิงจากภายนอก

ส่วนใหญ่ก็จะมองเรื่องกิริยามารยาท เรื่องอาหารการกิน และการใช้คำพูดจาใช่ไหมคะ

ซึ่งจุดนี้สามารถสะท้อนไปถึงการเลี้ยงดูจากพ่อแม่เลยก็ว่าได้

และบางครั้งก็เป็นตัวตัดสินของชายหนุ่มว่าจะเลือกคบผู้หญิงคนนี้ดีหรือไม่

ทีนี้เพื่อไม่ให้ถูกมองว่า เป็นผู้หญิงที่มีกิริยาแย่ หรือ พ่อแม่เลี้ยงมาไม่ดีหรือเปล่า และสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองด้วยการเป็นผู้หญิงที่มีกิริยามารยาทเรียบร้อยแบบฉบับผู้หญิงญี่ปุ่น

เราลองมาเช็คกันดูว่าใน 10 พฤติกรรมกิริยาแย่ของผู้หญิงญี่ปุ่นมีตรงกับเราอยู่กี่ข้อมีอะไรบ้าง

หากเจอข้อไหนเข้าข่ายตรงกับตัวเองจะได้ปรับปรุงแก้ไขได้ทันค่ะ


1.นั่งขัดสมาธิ

14570336_1008096982652847_7473821959546882852_n

ถ้าไม่รวมถึงท่านั่งขัดสมาธิสำหรับเล่นโยคะ หรือนั่งสบายๆ ในบ้านของตัวเองแล้วล่ะก็ ท่านั่งขัดสมาธิสำหรับผู้หญิงญี่ปุ่นถือว่าเป็นท่านั่งที่เป็นกิริยามารยาทไม่งาม เนื่องจากเป็นการนั่งอ้าขา โดยมากผู้หญิงญี่ปุ่นจะนั่งหุบขา (脚を閉じる あしをとじる อะชิ โอะ โทะจิหรุ แปลว่า หุบขา) แต่ไม่ได้หมายถึงว่าต้องนั่งแบบ 正座 (せいざ เซอิซะ) หรือ นั่งทับส้นเท้ายืดหลังตรงเสมอไป แต่ก็จะเลือกท่านั่งที่สุภาพไม่อ้าขา เช่น นั่งพับเพียบ เป็นต้น 

พฤติกรรมที่จะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงไร้มารยาท ก็คือ การนั่งขัดสมาธิต่อหน้าผู้อื่น เช่น ในสถานที่ร้านอาหารที่เป็นที่นั่งแบบญี่ปุ่น หรือการนั่งกับพื้นตอนชมดอกซากุระหรือตอนไปปิกนิก เป็นต้น 

นี่ชุฟุจังเผลอนั่งสมาธิไปไม่รู้กี่ที่แล้วเนี่ย เนื่องจากชินมานาน เพิ่งมารู้ว่ามันเป็นกิริยาไม่งามของผู้หญิงญี่ปุ่น !!


2.พูดจาหยาบคายไม่น่าฟัง

11869

การใช้คำพูดจานั้นสามารถสะท้อนถึงการเลี้ยงดูได้อย่างชัดเจน ผู้หญิงที่ใช้คำยกย่องและคำสุภาพให้เหมาะกับกาลเทศะไม่เป็น และมักจะใช้คำหยาบคายหรือใช้คำระดับไม่สุภาพทำให้รู้สึกว่าไม่น่าฟังเอาซะเลย ผู้หญิงแบบนี้จะถูกมองว่าถูกเลี้ยงดูมาไม่ดี และมีกิริยาที่แย่ 

เช็คตัวอย่างการใช้คำสุภาพแทนคำไม่สุภาพ 

「食う (くう คู)」 เปลี่ยนเป็น 「食べる(たべる ทะเบะหรุ)」 แปลว่า กิน ทาน
「めし (めし เมะชิ)」 เปลี่ยนเป็น 「ご飯 (ごはんโกะฮัง)」 แปลว่า ข้าว
「うるせえ (อุรุเซ่)」 เปลี่ยนเป็น 「うるさい (อุรุไส้)」 แปลว่า น่ารำคาญ หนวกหู
「お前 (おまえโอะมะเอะ)」 เปลี่ยนเป็น 「あなた (อะนะตะ)」 แปลว่า เธอ คุณ 
「キモイ (คิโม่ย)」 เปลี่ยนเป็น 「気持ち悪い (きもちわるい คิโมะจิ วะรุ่ย)」 แปลว่า รู้สึกไม่ดี น่าขยะแขยง น่ารังเกียจ

การใช้คำไม่สุภาพนั้นส่วนใหญ่เด็กวัยรุ่นจะใช้คุยกันเองกับเพื่อนวัยเดียวกันเป็นปกติ บางครั้งอาจจะไม่รู้สึกว่าเป็นการใช้คำไม่สุภาพ แต่สำหรับวัยทำงานหรือผู้ใหญ่ที่ชีวิตเข้าสู่สังคมแล้วคงต้องระมัดระวังการใช้คำพูดอย่างมากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามหากใครกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ จุดนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการเรียนภาษาสุภาพภาษายกย่องเพื่อจะได้สื่อสารได้อย่างราบรื่นและเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายด้วย


3.ไม่เรียงรองเท้าตรงเก็งคังเวลาเข้า-ออกจากบ้าน

%ef%bd%a4%ef%bd%af%ef%bd%a4%ef%be%84%ef%bd%a4%ef%bd%aa%ef%bd%a4%ef%bd%ad%ef%bd%a5%ef%be%9e%ef%bd%a1%ef%bd%bc%ef%bd%a5%ef%bd%af%ef%bd%a3%ef%bd%b1

เรื่องการถอดเรียงรองเท้าให้เป็นระเบียบนั้นถือเป็นพื้นฐานในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ บ้านไหนที่สอนลูกให้มีระเบียบจัดวางรองเท้าได้โดยไม่ต้องบอกตั้งแต่เล็กๆ จนติดเป็นนิสัย ไปที่ไหนก็จะถูกมองว่าเลี้ยงดูมาอย่างมีระเบียบ 

จุดนี้เองหากพลาดวางรองเท้าเกะกะ เช่น เวลาไปเที่ยวบ้านแฟน หรือ ชวนแฟนมาบ้าน บางครั้งอีกฝ่ายอาจจะกำลังจับตามองอยู่ก็ได้ว่า พื้นฐานพฤติกรรมความเป็นระเบียบนี้สามารถทำได้หรือไม่ เป็นตัวตัดสินหนึ่งของการมองเลือกคบของทั้งผู้ชายและผู้หญิงได้ดีทีเดียว ทั้งนี้บางคนก็ไม่ได้เคร่งเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่อย่างไรแล้วเมื่อไปบ้านคนญี่ปุ่น ถอดรองเท้าแล้วก็ควรจับเรียงรองเท้าหันหน้าออกและวางให้เป็นระเบียบจะดีที่สุด


 4.แต่งหน้าต่อหน้าผู้คน

mig
ป้ายเตือนในรถไฟ เพื่อจะสื่อว่ารบกวนให้แต่งหน้าที่บ้านไม่ใช่แต่งหน้าในรถไฟ

โดยปกติผู้หญิงที่แต่งหน้าในที่สาธารณะต่อหน้าผู้คนนั้น นอกจากจะไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องดีหรือแต่งหน้าสวยแล้ว แต่ยังกลับจะถูกมองถึงเรื่องการจัดการตัวเองหรือในบ้านที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะขนาดแค่เวลาแต่งหน้าก่อนออกจากบ้านยังจัดการไม่ได้ ก็เลยต้องมาแต่งในที่สาธารณะ ฉะนั้นการทำเช่นนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงถูกมองไม่ดีไปเลย 


5.แสดงความมีน้ำใจหรือนึกถึงจิตใจผู้อื่นไม่เป็น

002896-smpl

ผู้หญิงที่มีจิตใจดีมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่นและคอยนึกถึงผู้อื่นมากกว่าตนเองนั้นจะได้รับการมองว่าเป็นผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงอบรมสั่งสอนมาอย่างดี มีคุณสมบัติผู้ดี และมีสเน่ห์น่าคบหา ในทางกลับกัน ถ้าเป็นผู้หญิงที่นึกถึงแต่ตัวเองไม่สนใจคนรอบข้าง เห็นแก่ตัวก็จะสะท้อนถึงการเลี้ยงดูและนิสัยที่ไม่งามของผู้หญิงคนนั้นเช่นกัน  


6.เลือกอาหารที่ถูกปากและไม่ถูกปากแบบมากเรื่องเกินไป

syokuyoku_nai

ธรรมเนียมการทานอาหารของคนญี่ปุ่นนั้น คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอาหารมากโดยทั่วไปจะต้องทานให้หมดเกลี้ยงเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่ออาหารมื้อนั้นๆ แต่บางครั้งคนเราก็มีอาหารบางอย่างที่ชอบและไม่ชอบซึ่งนั่นเป็นเรื่องปกติ

แต่หากเลือกกินมากเกินไป นี่ก็ไม่ชอบนั่นก็ไม่กิน เวลาออกเดทกับคนรักและเห็นว่ากินอาหารเหลือหรือเลือกกินก็อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ดูไม่ดีได้ 


7.มารยาทในการรับประทานอาหารแย่

img_use02
การจับตะเกียบที่ผิดวิธี Cr.http://feetoh.co.jp/hashi/

เรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารนั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความมีสมบัติผู้ดีได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้หญิง 

หากได้ออกเดทร่วมรับประทานอาหารกับชายหนุ่มและไม่ระวังเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร เช่น ไม่กล่าวคำว่า “อิตะดะคิมัส” ก่อนรับประทาน และคำว่า “โกะจิโซสะมะเดะชิตะ” เป็นการขอบคุณอาหารมื้อนั้นหลังทานเสร็จ กินเสียงดัง พูดคุยระหว่างกำลังเคี้ยวข้าว หรือแม้แต่การจับตะเกียบที่ไม่ผิดวิธี สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ต่อไปชายหนุ่มอาจจะอายไม่ออกไปเดททานอาหารอีกก็เป็นได้

สิ่งสำคัญที่ในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นก็คือ การคำนึงถึงเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร เพื่อไม่ให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดใจหรือตะขิดตะขวงใจหากเราทำเรื่องเสียมารยาทและจะได้สนุกกับการรับประทานอาหารร่วมกัน


 8.ไม่ใส่ใจเรื่องอาหารการกินเลย

kasyoku

เรื่องโภชนาการอาหารการกินก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้หญิงจะต้องใส่ใจ อาจจะด้วยเหตุผลเพราะความยุ่งยากในการทำอาหาร หรือเพราะชอบก็ตาม แต่ก็ไม่ควรเลือกทานแต่พวกอาหารฟาสฟู๊ด รับประทานอาหารนอกบ้าน หรือทานแต่ขนมของหวาน ขนมคบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์แต่เพียงอย่างใดโดยไม่คำนึงถึงเรื่องโภชนาการและสุขภาพ ซึ่งในแง่มุมมองของผู้ชายจะคิดกังวลว่า “ถ้าแต่งงานแล้วจะเป็นอย่างไร” เพราะผู้ชายญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักคาดหวังให้ผู้หญิงทำอาหารอร่อยๆ ที่สดสะอาดถูกหลักอนามัยให้ทานเมื่อแต่งงานแล้ว


9.ไม่พกผ้าเช็ดหน้า

img_1794

สังเกตว่าผู้หญิงญี่ปุ่นเกือบทุกคนจะพกผ้าเช็ดหน้า ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ต้องเอาใจใส่ และผ้าเช็ดหน้าก็ควรจะซักและรีดเป็นอย่างดีก่อนนำมาใช้ด้วยเพื่อแสดงถึงความเอาใจใส่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ และเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีของผู้หญิงนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

สำหรับผ้าเช็ดหน้านั้นจะใช้บ่อยเวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะ หรือ ตอนไปไหว้ศาลเจ้าและมีการล้างมือก่อนเข้าศาลเจ้า 


10.ชอบส่งเสียงและหัวเราะดังอยู่เป็นประจำ

lgf01a201304181300

ผู้หญิงที่ชอบคุยส่งเสียงดังอยู่เป็นประจำจนติดเป็นนิสัยไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามนั้นจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่มารยาทแย่ในสายตาของผู้ชาย กิริยาที่แสดงถึงมารยาทแย่ เช่น ส่งเสียงหัวเราะดังโดยอ้าปากกว้าง ระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมตบมือไปด้วย เป็นต้น เมื่อผู้ชายเห็นท่าทางและเสียงหัวเราะก็อาจจะตกใจและผิดหวังก็เป็นได้ 150730_warain

ฉะนั้น ควรฝึกหัวเราะแบบผู้ดีที่เหมาะกับผู้หญิงให้เป็นนิสัยติดตัวไว้ นั่นก็คือ การหัวเราะเสียง อะโฮะๆๆ หรืออะฮิๆๆ พร้อมมือปิดปากด้วย 


คำศัพท์น่ารู้จากบทความ

上品(じょうひん jyouhin โจวฮิน)ความเป็นผู้ดี มีความสง่างาม

下品(げひん gehin เกะฮิน) ชั้นต่ำ ไร้ความสง่างาม ไม่มีความเป็นผู้ดี

育ちが良い(そだちがよい sodachi ga yoi โซะดะจิ ก่ะ โยะอิ) มีการเลี้ยงอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี

育ちが悪い (そだちがわるい sodachi ga warui โซะดะจิ ก่ะ วะรุ่ย)  มีการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนไม่ดี

正座(せいざ seiza เซอิซะ )การนั่งทับส้นเท้าและยืดหลังตรง

だらしない (darashinai ดะระชิไน่) ไม่เป็นระเบียบ ไม่เรียบร้อย

気遣いができる (きづかいができる kizukai ga dekiru คิซุไค ก่ะ เดะคิหรุ) สามารถนึกถึงผู้อื่นได้ มีความเกรงใจผู้อื่น

靴を揃えない (くつをそろえない kutsu wo soroenaiคุทสึ โอ๊ะ โซะโระเอะไน่) ไม่จับเรียงรองเท้า

メイクをする (meiku wo suru เมคุ โอ๊ะ สุหรุ) แต่งหน้า

好き嫌いがある (すききらいがある sukikirai ga aru สุคิคิไร่ ก่ะ อะหรุ) มีชอบและไม่ชอบ


อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างคะ มีตรงกับตัวเองกี่ข้อเอ่ย ชุฟุจังมีตรงอยู่บางข้อที่ต้องนำมาปรับปรุง

อยู่ในสังคมญี่ปุ่นและคบกับคนญี่ปุ่นยังไงเรื่องมารยาทก็เป็นสิ่งสำคัญและมีผลต่อภาพลักษณ์ของตัวเองและครอบครัวมากๆ 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และสามารถนำเกร็ดความรู้จากบทความไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อเพิ่มความเป็นผู้หญิงที่มีมารยาทที่ดีน่าคบหาในแบบฉบับคนญี่ปุ่นนะคะ

แล้วมาพบกันใหม่ในบทความหน้า ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านบทความเว็ปไซต์ชุฟุจัง

ถ้าชอบบทความนี้ช่วยกดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

เรียบเรียงโดย ชุฟุจัง

ที่มา slism.net