‪  ผ่านไปหนึ่งเดือนกับแผ่นดินไหวใหญ่ที่คุมาโมโตะ‬

    เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ นี่ก็ผ่านไป 1 เดือนแล้วตั้งแต่วันที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่คิวชูจังหวัดคุมาโมโตะ เมื่อวันที่ 14 เมษายน และ 16 เมษายน 
    หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น หลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไป ทั้งสภาพบ้านเรือนที่พังเสียหาย รอการซ่อมแซม บ้านชุฟุจังมีรอยร้าวหลายจุดในตัวบ้านแต่ยังโชคดีกว่าบ้านของคนอื่นที่โดนปิดป้ายเตือนอันตราย ห้ามเข้า แล้วจะไปอยู่ไหน! ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือสภาพจิตใจของผู้คน ตอนนี้ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างก็หวั่นๆ กลัวแผ่นดินไหวที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ เพราะแม้จะผ่านไป 1 เดือนแล้วแต่ก็ยังมีแรงสั่นสะเทือนทุกวัน
 

และกระทบต่อการท่องเที่ยวของเมืองที่กำลังไปได้สวย ดูจากข่าวบอกว่า ตอนนี้สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติต่างๆ ในจังหวัดคุมาโมโตะ นักท่องเที่ยวได้ยกเลิกการจองโรงแรมที่พักเกือบหมดจนถึงเดือนสิงหาเลยค่ะ ห้างร้านต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายและยังไม่เปิดให้บริการก็มีมากมายหลายแห่ง กระทบต่อพนักงานทั้ง full-time และ part-time ที่ทำงานอยู่ตามห้างและร้านอาหารเหล่านั้นด้วย เรียกได้ว่า เหตุการณ์ภัยธรรมชาตินี้กระทบต่อทุกคนในจังหวัดไม่มากก็น้อย 


 เสาร์ที่ผ่านมา หลังจากพาลูกไปฉีดวัคซีน 2 เข็มเสร็จแล้ว ชุฟุจังก็ขับรถไปรอบๆ แถวบ้านดูสภาพบ้านเมืองหลังจากเกิด แผ่นดินไหวใหญ่ที่คิวชูจังหวัดคุมาโมโตะ‬ 

มองไปรอบๆ จะสังเกตเห็นแผ่นพลาสติกสีฟ้าอยู่บนหลังคาบ้านซึ่งกลายเป็นวิวทิวทัศน์ใหม่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในคุมาโมโตะ
แผ่นพลาสติกใหญ่สีฟ้า หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ブルーシート(blue sheet)  คือ แผ่นคลุมหลังคาบ้านส่วนที่ได้รับความเสียหาย คลุมไว้เพื่อไม่ให้กระเบื้องปลิวหรือตกหล่นซึ่งอาจเกิดอันตรายได้

13239215_1703172863268665_40093881342208726_n

    บ้านที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่สร้างมานานแล้วสัก 20-30ปี บ้านที่สร้างใหม่แทบจะไม่เห็นความเสียหายภายนอกเลย เพราะการสร้างบ้านของญี่ปุ่นมีกฎหมายกำหนดต้องสร้างตามมาตรฐานทนแรงสั่นแผ่นดินไหวด้วย และบ้านใหม่แข็งแรงกว่าเพราะสร้างตามมาตรฐานใหม่ในการทนแรงสั่นแผ่นดินไหวได้ดีกว่ามาตรฐานเก่า

นี่ขนาดไม่ได้ผ่านไปแถวอะโสะและอีกเมืองที่ได้รับความเสียหายแบบไม่ต้องคลุมแผ่นพลาสติกสีฟ้าแล้ว เพราะบ้านพังลงมาเสียหายทั้งหลัง แต่แค่นี้ก็รู้สึกหดหู่ใจมากแล้ว บางบ้านถูกตรวจสอบว่าและมีแผ่นสีแดงเขียนว่า 危険 (kiken คิเคง) แปลว่า DANGER อันตราย และห้ามเข้า !! สรุปคนในบ้านนั้นต้องอพยพหรือไปอยู่ที่อื่น
ระหว่างขับรถดู ก็จะเห็นเจ้าหน้าที่เดินตรวจสอบบ้านแต่ละหลังว่าเสียหายแค่ไหน เจ้าหน้าที่เร่งทำงานกันดีมาก

เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกนับถือความอดทนและเทคนิคการสร้างบ้านที่ทนต่อแผ่นดินไหวได้ดีของคนญี่ปุ่นจริงๆ 

    ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วยังมีผู้อพยพที่ไม่มีบ้านอยู่อีกเป็นจำนวนมาก หลายคนยังอาศัยอยู่ในรถ พวกเขารอทางรัฐบาลมาสร้างที่อยู่ชั่วคราว ซึ่งเหมือนว่าทางจังหวัดจะเริ่มสร้างในเดือนพฤษภานี้
และมีแม่ลูกอ่อนที่ต้องอยู่ศูนย์อพยพซึ่งมีพื้นที่จำกัดและต้องอยู่ร่วมกัยคนมากมาย จะเข้าห้องน้ำหรือใช้พื้นที่ตรงไหนก็ไม่สะดวกเหมือนอยู่บ้านตัวเอง

ขนาดว่าเราเองเลี้ยงลูกอยู่บ้านยังเหนื่อยอดหลับอดนอน แต่เห็นคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกที่ศูนย์อพยพแล้ว ความเหนื่อยของเราไม่เท่าเขาเลยสักนิด
และดูข่าวบอกว่า จิตใจคุณแม่หลังคลอดที่คลอดหลังเกิดแผ่นดินไหวเทียบกับก่อนหน้าเกิดแผ่นดินไหว พบว่าจิตใจย่ำแย่และเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด(産後うつ病)มากกว่าถึง 2 เท่า


ขากลับ ชุฟุจังแวะนำขยะภัยพิบัติ (災害ゴミ saigaigomi ไซไกโกะมิ) ขยะในที่นี้ คือ สิ่งของที่เสียหายจากแผ่นดินไหว ไม่ใช่ขยะที่กำหนดทิ้งตามปกติ และต้องนำไปทิ้งตามจุดที่กำหนดให้ทิ้ง

13240162_1703172799935338_5659173967049740293_n

พอขับรถเข้าไป ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ทิ้งได้ จะมีเจ้าหน้าที่คอยเช็คใบขับขี่น่าจะตรวจดูว่าเป็นพลเมืองของเขตนั้นหรือไม่ เพราะการบริหารปกครองจะแยกกันแต่ละเขตเมือง โดยเราคนที่อาศัยอยู่เขตเมืองนั้นๆ จะต้องจ่ายภาษีเมืองซึ่งแต่ละเขตจะไม่เท่ากัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ถามว่า “นำขยะอะไรมาทิ้ง”

ขยะที่ชุฟุจังนำมา คือ พวกเศษกระจก แก้ว ถ้วยชามที่แตก แต่ไม่มากเมื่อเทียบกับของคนอื่น

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกทางให้ไปทิ้งตามจุดไหน ซึ่งมีการแยกขยะเป็นประเภทอย่างเรียบร้อย
มีกองขยะเศษไม้ เศษกระเบื้องที่แตก โลหะ เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างทีวี ตู้เย็นก็มากมาย

13239432_1703172809935337_1792911254609165913_n 13230109_1703172836602001_901890442937975555_n 13100791_1703172829935335_7813406107403850393_n

     ถึงแม้ชุฟุจังจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ วันนั้น เพราะตรงจังหวะช่วงที่กลับไปไทยพอดี แต่เมื่อมาเห็นความเสียหายแบบนี้แล้วรู้สึกได้เลยว่ามันรุนแรงและน่ากลัวมาก 

     ผ่านไปแล้ว 1 เดือน ชีวิตผู้คนส่วนใหญ่กลับเข้าสู่สภาพปกติ แต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังคงเป็นผู้ประสบภัยที่รอความช่วยเหลืออยู่ต่อไป และแผ่นดินไหวที่ยังมีการสั่นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนจนถึงตอนนี้สั่นระดับ 1 รวมมากกว่าเกิน 1400 ครั้งแล้ว พูดง่ายๆ คือ แทบจะสั่นทุกวัน เบาบ้างแรงบ้างแล้วแต่ มาถึงจุดนี้เจ้าหน้าที่และทุกคนยังคงเร่งช่วยกันฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองให้กลับมาเหมือนเดิมและที่สำคัญจิตใจของทุกคนในจังหวัดที่หวังว่าจะกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม 

     ชีวิตที่ญี่ปุ่นอะไรๆ ก็ไม่แน่นอนจริงๆ เนอะคะ คิดว่ามาเที่ยวอาจจะสบายกว่ามาใช้ชีวิตอยู่ก็ได้นะคะ

อย่างไรแล้วก็ขอบคุณกำลังใจจากทุกคนที่ส่งมาให้ชาวญี่ปุ่นและชาวคุมาโมโตะและขอให้จังหวัดคุมาโมโตะ เมืองที่น่าท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของคิวชู เมืองที่มีภูเขาไฟอะโสะให้เราได้ดูวิวสวยๆ เหมือนในภาพวาด เมืองที่มีเจ้าหมีดำคุมะมงขี้เล่นน่ารัก และเป็นเมืองที่ชุฟุจังอาศัยอยู่ตั้งแต่แต่งงานให้ฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมในเร็ววันนะคะ  

ภาพทิวทัศน์เมืองที่เห็นแต่ผ้าคลุมสีฟ้าเต็มไปหมด
ภาพทิวทัศน์เมืองที่เห็นแต่ผ้าคลุมสีฟ้าเต็มไปหมด

จาก ชุฟุจัง